Canto II : 1881-1906

  

alt

(1) Colonel G.E. Gerini (1881-1906): Career Chronology in Siam. The chronology lists his ranks, titles, positions, offices, responsibilities and  sources of reference

(2) Colonel G.E. Gerini's biography (1860-1895): a official record of the Ministry of War Of the Kingdom of Siam published in Yutthakos Military Journal in 1895

 

..๒๔๒๒ ตรงกับจุลศักราช ๑๒๔๑ ปีเถาะ เอกศก มีการสอบไล่วิชาทหารและวิชาอื่นๆ เพื่อได้รับสัญญาบัตรเป็นนายร้อย มีจำนวนนักเรียนสอบไล่ถึง ๕๐๐ คนเศษ ครั้นสอบไล่วิชาแล้วได้ชั้นที่ ๓ ในลำดับนักเรียนทั้งปวง จึงได้รับสัญญาบัตรเป็นนายร้อยตรีทหารบกประเทศอิตาลี สัญญาบัตรนั้นลงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ..๒๔๒๒ ตรงกับจุลศักราช ๑๒๔๑ ปีเถาะ เอกศก แล้วได้รับราชการประจำกองพันที่ ๑๓ พลทหารราบ พักอยู่ที่เมืองเปรูเยียใกล้กรุงโรม ได้กระทำราชการในตำแหน่งนายร้อยตรีและได้ไปด้วยกองพันนั้นไปฝึกหัดการประลองยุทธใหญ่ ในสนามถึง ๒ ครั้ง และได้รับหน้าที่เป็นผู้สำรวจบ้านเมืองที่กองพันและกองพลน้อยซึ่งได้ไปฝึกหัดขบวนสงครามนั้นด้วย นายพลผู้บัญชาการจึงมีบัญชาให้ไปรับราชการเป็นนายทหารผู้ช่วยในกรมบัญชาการกองพลน้อย ขณะนั้นมีหน้าที่ตรวจทางและบ้านเมือง ทำแผนที่และเขียนแบบป้อมค่ายต่างๆ หลายประการ ได้รับราชการตลอดมาถึง ..๒๔๒๔ ตรงกับจุลศักราช ๑๒๔๓ ปีมะเส็ง ตรีศก ในเวลานั้นยังไม่มีราชการทัพศึกเป็นโอกาสที่จะหาความชอบได้ จึงได้ขอไปรับราชการในกองทัพเมืองต่างประเทศ

เดือนมิถุนายน (ในปีนั้นได้รับอนุญาต จึงได้ออกไปเที่ยวตามประเทศอินเดียและประเทศพม่า ตลอดมาจนถึงประเทศสยาม ได้เข้ารับราชการเป็นผู้ฝึกหัดพลทหารมหาดเล็กฯ  ณ วันเสาร์ เดือน ๑๐ แรม ๒ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๓ (..๒๔๒๔ปีมะเส็ง ตรีศก ได้ฝึกหัดการแปรแถวและการหัดดาบ หัดกระบี่แก่นายทหารและพลทหารได้ปีเศษ แล้วได้ไปรับราชการในตำแหน่งนายร้อยเอกผู้ฝึกหัดทหาร กรมทหารหน้าด้วย

ต่อมา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปทำแผนกที่ตรวจชัยภูมิเพื่อที่จะสร้างป้อมค่ายในแขวงเมืองนครเขื่อนขันธ์ และเมืองสมุทรปราการ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ได้รับราชการฝึกหัดและสั่งสอน นักเรียนที่โรงเรียนวิชาทหาร ในพระราชวังสราญรมย์ จนถึงปี ..๒๔๒๗ ปีวอก ฉศก จึงลาออกจากราชการ

ปี ..๒๔๒๘ ได้เข้ารับราชการเป็นล่ามแปลหนังสือภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสอยู่ในกระทรวงมหาดไทย

ปี ..๒๔๒๙ ปีจอ อัฐศก ได้กลับเข้ารับราชการในกรมทหารหน้า ครั้นตั้งกรมยุทธนาธิการ (เดิมได้โปรดเกล้าฯ ให้รับราชการในกรมยุทธนาธิการ เป็นผู้แปลหนังสือแบบทหารและข้อบังคับทหารมาจนเกือบสิ้นปีชวด สัมฤทธิศก ..๒๔๓๑ บิดาถึงแก่กรรม จึงขอลาไปประเทศยุโรป

เดือน มกราคม ..๒๔๓๒ ได้กลับมายังกรุงสยาม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้ารับราชการในกรมยุทธนาธิการ เป็นครูสอนวิชาต่างๆ ในโรงเรียนนายร้อยทหารบก

วันที่ ๖ กันยายน ..๒๔๓๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรให้เป็นนายร้อยเอก ในตำแหน่งนายทหารผู้ช่วยกรมทหารบก

เดือน กรกฎาคม ..๒๔๓๖ โปรดเกล้าฯ ให้ไปรับราชการประจำกองพลทหารสมัคร ๕ ปี ซึ่งเรียกระดมเข้ามารับราชการเฉพาะคราวหนึ่ง ได้ว่าที่นายพันโทในกองพลทหารสมัคร และได้ฝึกหัดกองพันที่นั้นมาจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม เมื่อเลิกระดมพลทหารสมัครแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้มารับราชการเป็นครูสอนวิชาโรงเรียนนายร้อยทหารบก รับราชการตามเดิม

วันที่ ๑ มกราคม ..๒๔๓๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็น เจ้ากรมยุทธศึกษา และก็ยังคงสอนนักเรียนนายร้อยทหารบกอยู่ตามเดิม ในระหว่างที่เป็นเจ้ากรมยุทธศึกษานั้น เป็นผู้มีหน้าที่จัดการหนังสือพิมพ์ยุทธโกษด้วย (ยุทธโกษออกเป็นเล่มแต่เวลานี้ต่อไป)

วันที่ ๒๗ มีนาคม ..๒๔๔๐ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์เป็น หลวงสารสาสน์พลขันธ์ คงทำหน้าที่อยู่ตามเดิม

วันที่ ๒๕ สิงหาคม ..๒๔๔๑ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเลื่อนขึ้นเป็นนายพันตรี คงรับราชการตามหน้าที่เดิม

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ..๒๔๔๕ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นนายพันโท คงทำหน้าที่รับราชการอยู่ตามเดิม

วันที่ ๒๔ มกราคม ..๒๔๔๖ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรบรรดาศักดิ์เป็น พระสารสาสน์พลขันธ์ คงทำหน้าที่และรับราชการอยู่ตามเดิม

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ..๒๔๔๗ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรเป็นนายพันเอก คงทำหน้าที่รับราชการอยู่ตามเดิมจนถึง ..๒๔๔๙ จึงได้กราบถวายบังคมลาออกจากหน้าที่ราชการประจำ และได้รับพระราชทานเบี้ยบำนาญเลี้ยงชีพ

ในระหว่างนั้น นายพันเอกพระสารสาสน์พลขันธ์ ป่วย ไม่สามารถจะอยู่ในประเทศสยามได้ ขออนุญาตลาไปพักรักษาตัวยังประเทศยุโรป กระทรวงกลาโหม (เมื่อยังเป็นกรมยุทธนาธิการได้มีคำสั่งที่ ๔๒๕/๑๑๙๕๖ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ..๒๔๔๙ อนุญาตให้ลาออกได้ เพราะป่วยไม่ปกติ ครั้นไปถึงประเทศอิตาลี นายพันเอกพระสารสาสน์พลขันธ์ จึงไปตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ ตำบลอัลเบงคา แขวงเมืองเยนัว ซึ่งเป็นที่ชัยภูมิเหมาะ อากาศไม่หนาวมาก และเป็นประโยชน์ในการพักผ่อนร่างกายตามสมควร

ครั้นเวลาต่อมาได้รักษาตัวสบายดี พอจะฉลองพระเดชพระคุณในราชการได้ ก็ได้รับกระทำการพิเศษเป็นคราวๆ ตามสมควร จะกล่าวเฉพาะเมื่อ ..๒๔๕๔ นายพันเอกพระสารสาสน์พลขันธ์ ได้เป็นกรรมการของพิพิธภัณฑ์ที่เมืองตูริน ขณะนั้นกรมแผนที่ได้ส่งแผนที่ชนิดเก่าและใหม่ที่สุด ซึ่งเป็นแผนที่แสดงลายเส้นขอบเนินสำหรับใช้ในราชการทหารไปยังพิพิธภัณฑ์ เมื่อกรรมการได้ประชุมพิจารณาแผนที่แล้ว ก็อาจเทียบกับแผนที่ชนิดอย่างเดียวกันในประเทศที่เจริญแล้วทำการมาตั้งหลายสิบปี เป็นต้น นายพันเอกพระสารสาสน์พลขันธ์ รับเป็นธุระเป็นผู้อธิบายถึงภูมิประเทศในประเทศสยามอย่างหนึ่ง ว่า การทำยากลำบากเพียงใด ตลอดจนการพาหนะจะไปมากับความสามารถของชาวสยามซึ่งเขียนและพิมพ์ขึ้นด้วยฝีมือในประเทศสยามแท้ด้วยอย่างหนึ่ง และขณะนั้นเป็นสมัยกำลังเปลี่ยนแปลงการทำแผนที่ชนิดนั้น ซึ่งกรมแผนที่ไม่ได้เคยกระทำมาแต่เดิมหนึ่ง รวมข้อความที่กล่าวโดยย่อๆ นี้เข้าแล้ว กรรมการก็ต้องวินิจฉัยอีกทางหนึ่งตามส่วนของการ เลยตกลงให้เป็นการใช้ได้สำหรับความสามารถกระทำแผนที่อย่างทหารนี้ และกรรมการได้ให้เหรียญทองกับประกาศนียบัตรสำหรับกรมแผนที่ประเทศสยาม ครั้นถึงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ..๒๔๕๖ นายพันเอกพระสารสาสน์พลขันธ์ ได้ถึงแก่กรรมที่เมืองตูรินในประเทศอิตาลีด้วยโรคหัวใจพิการ 

ที่มา : กรมยุทธศึกษาทหารบก กรุงเทพ